2005/Mar/04

ช่วงนี้...จะบอกว่าว่างก็ไม่เชิงหรอกนะ...ใช้คำว่าไม่อยากทำอะไรดีกว่า ความจริงก็คงมีแหละ อะไรที่อยากทำหน่ะ แต่ว่าตอนนี้ยังนึกอะไรไม่ค่อยออกเลย บางทีมันก็เป็นนะ...เวลาที่มีอะไรเข้ามาในชีวิตมากมายเหลือเกิน มากเสียจนกระทั่ง เราคิดไม่ออกว่ากำลังคิดถึงเรื่องอะไรอยู่ ช่วงนี้แหละ ที่บางทีเราจะพลาดเรื่องบางเรื่องไป อย่างเราตอนนี้ เรานึกไม่ออกด้วยซำว่า อยากทำออะไร เพราะรอบตัวเราตอนนี้มีอะไรก็ไม่รู้มากมายเลย...เฮ้อ...ทำไรดี ทำไรดี

ความจริงเราเป็นคนที่มีความฝันมีความคิดหลายอย่างเลยนะ...อย่างตอนนี้ที่มี Programme แน่ๆก็คือ...(ว่าเป็นวันเลยดีกว่าม่ะ)

5/02/05 มีงาน Day Camp ของ AFS Short Programme ( ที่เราเคยไปเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน) ที่เราอยากไปมาก...แต่ตอนนี้ไม่รู้จะไปยังไงกับใครดีแล้วก็คงไม่มีใครว่างพอที่จะไปส่งเราด้วย เฮ้อ...ดูซิ อะไรที่อยากทำ มันก็ทำยากซะอย่างงั้นล่ะ...ทำไมเราขับรถไม่ได้ซักทีนะ...เซ็งๆ

6/02/05 มีนัดไปทานข้าวมื้อเย็นที่บ้านป้า เค้าทำบ้านใหม่หน่ะ...แล้วก็ประมาณว่าชวนไปทานข้าวแล้วก็ดูบ้านเค้าที่เพิ่งเสร็จ บ้านหลังนี้มีห้องของเราด้วยนะ...เผื่อไว้เวลาเราจะไปนอนไง(ดีเนอะ)

7/02/05 อันนี้วันจันทร์ ก็คงว่างมั้ง แต่ก็อย่างว่าคงต้องเตรียมตัวเอ็นท์ อีกอย่างต้องโทรหาเพื่อนที่จะไปเที่ยวทะเลด้วยกันด้วยล่ะ เพราะว่าป่านนี้แล้วยังไม่ได้ให้ยืนยันการมากันเลยนี่เนอะ เอาเป็ฯว่าวันนี้ต้องโทรหาเพื่อนๆให้เสร็จเลยล่ะกัน

8/02/05 วันอังคาร คราวนี้ว่างโลด...เอาเป็นว่าคงต้องจับหนังสือขึ้นมาอ่านบ้าง พอเป็นพิธีแล้วกันเนอะ....

โห...นี่ยังไม่จบเลยนะเนี่ย...แต่ว่าแค่นี้ก็ดูยุ่งมากๆแล้วล่ะเนอะ...(คิดว่าไง)

อือ...ใครอยากไปทะเลกับเราก็บอกได้นะจ้ะ...อันนี้ชวนจริงๆนะ...

2005/Mar/03

ไอ้เรื่องที่เมื่อวันก่อนนั้นเราไม่สามารถตัดสินใจได้หน่ะ....ตอนนี้เรื่องราวมันเรียบร้อยไปแล้วนะ.....อย่าเพิ่งตกใจว่าทำไมอยู่ดีๆบทมันจะจบทำไมมันถึงได้จบได้รวดเร็วขนาดนี้

ไม่แปลกหรอก เราก็เป็นแบบนี้แหละไม่ชอบให้อะไรมันค้างคาอยู่นานๆ มันอึดอัดหน่ะ ตัดสินใจไปเลยให้เรื่องมันจบๆไป....ผลเป็นยังไงก็รู้กันไปเลยดีกว่า...ดีกว่าจะต้องมานั่งกังวล ทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย...คราวนี้เราก็รู้ผลของมันแล้วล่ะ แม้ว่าผลจะไม่ได้เป็นไปตามที่ต้งการ แต่ก็ถือว่าไม่ค่อยผิดไปจากที่คาดไว้ซักเท่าไหร่รหรอก และที่สำคัญ จากการตัดสินใจครั้งนี้ เราเรียนรู้ถึงคุณค่าของความเป็นเพื่อนที่เรามีมากขึ้นเลยล่ะ

เราคงไม่ปิดบังเรื่องนี้หรอก....(นี่เป็นอีกนิสัยของเรา...คือเราไม่ชอบปิดบังเรื่องส่วนตัว) เราถือว่าคนที่เข้ามาก็คงเป็นเพื่อนที่เราอยากจะบอกเรื่องของเราอยู่แล้วล่ะ.....เราก็จะเล่าเลยล่ะกันนะ....แต่มันอาจจะต้องย้อนความกันยาวหน่อย...ก็อ่านๆไปล่ะกัน

คือเมื่อประมาณ ปิดเทอมตอนม.2 จะขึ้นม.3 หน่ะ เราได้เดินทางไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของ โครงการ AFS ไปที่ Australai 6 สัปดาห์ล่ะ..ในกลุ่มที่ไปเนี่ยก็จะมีกันทั้งหมด 12 คน....เราขอ เจาะมาที่คนที่จะพูดถึงเลยแล้วกันนะ...เค้าเป็นเพื่อนผู้ชายที่น่ารักมากเลยของเรา ตอนแรกเค้าก็เป็ฯเพื่อนนี่แหละเหมือนคนอื่นๆ ที่ต่างออกไปหน่อยนึงก็คือว่า เค้าค่อนข้างจะเป็ฯผู้ชายที่ตรงกับแบบที่เรามองหาอยู่มาก แต่ในช่วงแรก และตอนนั้นที่เราค่อนข้างเด็ก เราก็นึกอยู่เสมอว่าเรากับเค้านั้นเป็นเพื่อนกัน

วันเวลาผ่านไป พวกเรากลับมาเมืองไทย ความเป็นเพื่อนค่อยๆสนิทแน่นแฟ้นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เนื่องด้วยเหตุผลหลายประการทำให้ช่วงนึงเรากับเค้าไม่ค่อยได้ติดต่อกันเท่าที่ควร....เราห่างกันไปพักนึง...เราก็คิดถึงเค้าเรื่อยๆไม่มากไม่น้อยไปกว่าคำว่าเพื่อน.....วันเวลาก็ผ่านไปอีก....เมื่อประมาณกลางๆปีที่ผ่านมา เค้าก็มีแผนการที่จะไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนกับทาง AFS อีกครั้ง ซึ่งเราก็ยินดีด้วย มีการจัดงานเลี้ยงส่ง รวมทั้งต้อนรับเพื่อนที่เพิ่งกลับมาหลังจากที่ไปเมื่อปีก่อนหน้านั้น หลังจากคราวนั้น เราได้รับรู้ข้อมูลใหม่ว่า เค้าได้ย้ายบ้านมาอยู่ใกล้ๆโรงเรียนเรา.....และใกล้กับที่เรียนพิเศษของเรามาก.....เราเริ่มสนิทกันมากขึ้นจากการโทรคุยกัน...รวมทั้งการเอา CD ไปให้ยืมหรือว่าอะไรต่างๆ ทุกอย่างทำให้เราสนิทกันมากขึ้น

จนถึงเวลาที่เค้าต้องไป....ทุกอย่างก็ยังเป็นปกติดี...หลังจากที่เค้าไปที่ CZECH แล้ว เราก็ยังติดต่อกันทางจดหมายมาโดยตลอด....ด้วยความที่เราเป็นคนชอบเขียนอยู่แล้ว เราก็เลยสนุกกับการเขียนหาเค้าอย่างมาก และเค้าเองก็ตอบกลับมาอย่างสมำเสมอ....เวลาผ่านไปเรื่อยๆ.....อาจจะด้วยข้อความที่ส่งหากัน ความห่างไกล คามคิดถึง ความเหงาของเราเอง หรือความเข้าใจผิด......ทุกอย่างทำให้เราเริ่มมีความคิดขึ้นมาในใจว่าเรารู้สึกดีๆกับเค้าเกินกว่าคำว่าเพื่อน

ทุกอย่างมันแย่มากเมื่อเราเริ่มรู้สึกว่าเราคิดอย่างนั้น เราพยายามทบทวนว่าเราคิดไปเองรึเปล่า.....แต่ยิ่งคิดมันก็ยิ่งทำให้ใจของเรากลับไปกังวลกับเรื่องนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความมั่นใจว่าเราคงชอบเค้าขึ้นมา...(เราชอบเค้าจริงๆ) พอเราเริ่มมั่นใจตัวเองสิ่งที่ตามมาก็คือ....เราจะทำยังไงกับไอ้ความคิดที่เกิดขึ้นนี้ดี

เราไม่รู้ว่าเราจะเอาความรู้สึกของเราไปวางไว้ตรงไหน เราไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงกับมัน เรายิ่งคิดถึงมันเราก็ยิ่งไม่สบายใจ เราใช้เวลานานมากในการไตร่ตรองดูว่าเราควรจะทำอย่างไร ทุกอย่างเข้ามาหาเรา ทั้งข้อดีข้อเสียที่จะตามมา ทุกอย่างเข้ามา เราสับสนมากจนบางครั้งอยากจะร้องไห้ออกมา เพราะสำหรับเรา เหตุการณ์ครั้งนี้มันมากกว่าการไปแอบรักคนอื่น แต่คราวนี้ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับมิตรภาพ

เรานั่งคิดอยู่นานมากว่าควรจะทำยังไงดี จนสุดท้ายเราก็ตัดสินใจว่าจะทำในสิ่งที่เราคิดว่าเราอยากจะทำ...เราจะไม่มานั่งกลัวอีกแล้ว....เมื่อเราตัดสินใจดังนั้น....เราเลยโทรไปบอกเค้า.....(ขอข้ามไม่เล่ารายละเอียดเหตุการณ์)

สิ่งที่เราได้รับกลับมา ไม่ใช่คำตอบรับ หรือปฏิเสธใดๆ มันเป็นมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ที่เรามีอยู่เสมอมา....ที่เค้าให้เราอยู่เสมอมา....มันยังคงแล่งบานอยู่เหมือนเดิม แม้ผลจะไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด แต่มันกลับงดงามกว่าที่คาดไว้เสียอีก คำตอบที่เราได้รับมันทำให้เราร้องไห้ออกมา เค้าบอกกับเราว่า ให้เราเป็นเพื่อนกัน เพราะเราจะเป็นเพ่อนกันไปจนรุ่นลูกรุ่นหลานไง....เราร้องไห้ออกมา เพราะเราเสียใจที่เรามองข้ามความสวยงามตรงนี้ไป เพียงเพราะความรักซึ่งเป็นความสวยงามที่เป็นเพียงสิ่งล่อใจเท่านั้น

ความจริงเค้าพูดอะไรกับเราอีกหลายอย่างที่แสดงให้เรารู้ว่า เรายังมีเพื่อนคนเดิมที่รักเราเสมอ....เหมือนเมื่อก่อน และเหมือนที่เราเองก็รู้สึกเช่นกัน

จากทุกอย่างที่เกิดขึ้น เราได้เรียนรู้ความยิ่งใหญ่ของมิตรภาพ และความสำคัญที่มันมีต่อเรา...ขอบคุณเพื่อนคนนั้นที่ทำให้เราได้รับบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ เราดีใจที่คนที่เรารักเป็นนาย ทั้งในฐานะเพื่อนและอื่นๆ....เราสัญญาว่าต่อจากนี้ไประหว่างเราจะมีเพียงคำว่าเพื่อนเท่านั้น เราจะเก็บคนที่เรารักคนนั้น ไว้ในความทรงจำ....เราไม่เคยเสียใจที่ได้รักเค้าเลย......อย่ามองว่าความรักของเราไร้ค่า....ขอให้มองว่า.....อย่างน้อยครั้งนี้มันก็ทำให้เราสองคนได้เรียนรู้ถึงมิตรภาพระหว่างเรา

ขอบคุณมากนะ.....ขอบคุณจริงๆ....

ถึง คนๆนั้น....

ดีใจนะที่เป็นนาย....เพราะถ้าเป็นคนอื่นเรื่องราวครั้งนี้คงไม่ได้เป็นประสบการณ์ที่สวยงามของเรา.....แต่เพราะนาย...นายทำให้เรื่องราวครั้งนี้ดีเกินกว่าที่เพื่อนคนนึงอย่างเราควรจะได้รับ

ขอบคุณมากจริงๆ

แก้ไขเมื่อ 3/3/2548 10:07:56

2005/Feb/27

วันนี้เราตื่นขึ้นมาแต่เช้าเลยล่ะ (9.00 โดยประมาณ) เมื่อคืนนอนไม่ดึกเท่าไหร่หน่ะก็เลยตื่นไม่สายมาก
เมื่อคืนนี้เราได้คุยกับเพื่อนตั้ง2คนล่ะ คนล่ะนานเลยทีเดียว ทำไมหน่ะหรือ ก็พอดีมันมีเรื่องนิดหน่อยหน่ะ เรื่องที่ไม่สามารถตัดสินใจเองได้...
เรื่องที่กลัวว่าถ้าผิดพลาดไปแล้วจะเสียใจไปตลอดชีวิต เพื่อนเราคนนึงพยายามที่จะเตือนเราว่า มันน่าจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ถ้าเราจะทำตามอย่างที่ใจคิด
ความจริงมันก็เป็นอย่างที่เพื่อนเราพูดหน่ะแหละ เราเองก็รู้อยู่แล้วว่าเราไม่ควรจะทำ แต่การที่เรพยายามโทรหาเพื่อนเนียเป็นเพียงเพราะว่า
เราต้องการคำยืนยันจากคนอื่นเท่านั้นเองว่า เราไม่ควรทำอย่างนั้นจริงๆ...
เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองบางมั้ย บางเรื่องที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรทำลงไป เรื่องที่ความจริงเราสามารถระงับมันเอาไว้ได้ เพียงแต่...
ไม่อยากเก็บมันไว้เท่านั้นเอง มันพูดยากเนอะ เราเองก็กลัวเหมือนกัน กลัวผลที่มันจะตามมาจากการที่เราอยากทำเท่านั้นเอง
มันเป็นเพียงแค่ความอยากที่อาจนำมาซึ่งความเสียใจมากมาย แล้วเมื่อถึงเวลานั้นเราอาจจะต้องกลับมาย้อนคิดว่า ไม่อยากให้เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเลย

ตอนนี้เรากำลังเรียกความมั่นใจของตัวเองกลับคืนมา และพยายามตัดสินเรื่องนี้ด้วยเหตุผล
สิ่งที่เราได้รับคือคำตอบที่ว่า อย่า อย่าทำตามความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุดของเรา หากว่าวันนี้เราทำตามที่เราอยาก
มันก็จะมีคราวหน้าที่เราาอยากทำเรื่องอื่นๆตามมาอีก ถ้าเราไม่รู้จักที่จะระงับมันตั้งแต่ตอนนี้ ต่อไปเราอาจจะไม่สามารถระงับมันได้
แม้ว่าคราวนี้การระงับของเราอาจจะก่อให้เกิดความไม่สบายใจในใจเรามากมาย
แต่เท่าที่ได้คิดดูดีๆแล้ว เราค่อนข้างมั่นใจว่า การไม่ทำอย่างที่เราต้องการในตอนนี้ จะเป็นหนทางที่ดีกว่าอย่างแน่นอน

อึดอัดจังเลย...
ขอบคุณนอยกับหนูจามากนะจ้ะที่เมื่อวานนี้เป็นเพื่อนที่ดีที่ให้คำปรึกษากับเราที่กำลังสับสน
คำแนะนำของทั้งสองคนเป็นส่วนช่วยในการตัดสินใจของเราอย่างมากทีเดียวล่ะ
ขอบคุณจริงๆ