ไอ้เรื่องที่เมื่อวันก่อนนั้นเราไม่สามารถตัดสินใจได้หน่ะ....ตอนนี้เรื่องราวมันเรียบร้อยไปแล้วนะ.....อย่าเพิ่งตกใจว่าทำไมอยู่ดีๆบทมันจะจบทำไมมันถึงได้จบได้รวดเร็วขนาดนี้
ไม่แปลกหรอก เราก็เป็นแบบนี้แหละไม่ชอบให้อะไรมันค้างคาอยู่นานๆ มันอึดอัดหน่ะ ตัดสินใจไปเลยให้เรื่องมันจบๆไป....ผลเป็นยังไงก็รู้กันไปเลยดีกว่า...ดีกว่าจะต้องมานั่งกังวล ทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย...คราวนี้เราก็รู้ผลของมันแล้วล่ะ แม้ว่าผลจะไม่ได้เป็นไปตามที่ต้งการ แต่ก็ถือว่าไม่ค่อยผิดไปจากที่คาดไว้ซักเท่าไหร่รหรอก และที่สำคัญ จากการตัดสินใจครั้งนี้ เราเรียนรู้ถึงคุณค่าของความเป็นเพื่อนที่เรามีมากขึ้นเลยล่ะ
เราคงไม่ปิดบังเรื่องนี้หรอก....(นี่เป็นอีกนิสัยของเรา...คือเราไม่ชอบปิดบังเรื่องส่วนตัว) เราถือว่าคนที่เข้ามาก็คงเป็นเพื่อนที่เราอยากจะบอกเรื่องของเราอยู่แล้วล่ะ.....เราก็จะเล่าเลยล่ะกันนะ....แต่มันอาจจะต้องย้อนความกันยาวหน่อย...ก็อ่านๆไปล่ะกัน
คือเมื่อประมาณ ปิดเทอมตอนม.2 จะขึ้นม.3 หน่ะ เราได้เดินทางไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของ โครงการ AFS ไปที่ Australai 6 สัปดาห์ล่ะ..ในกลุ่มที่ไปเนี่ยก็จะมีกันทั้งหมด 12 คน....เราขอ เจาะมาที่คนที่จะพูดถึงเลยแล้วกันนะ...เค้าเป็นเพื่อนผู้ชายที่น่ารักมากเลยของเรา ตอนแรกเค้าก็เป็ฯเพื่อนนี่แหละเหมือนคนอื่นๆ ที่ต่างออกไปหน่อยนึงก็คือว่า เค้าค่อนข้างจะเป็ฯผู้ชายที่ตรงกับแบบที่เรามองหาอยู่มาก แต่ในช่วงแรก และตอนนั้นที่เราค่อนข้างเด็ก เราก็นึกอยู่เสมอว่าเรากับเค้านั้นเป็นเพื่อนกัน
วันเวลาผ่านไป พวกเรากลับมาเมืองไทย ความเป็นเพื่อนค่อยๆสนิทแน่นแฟ้นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เนื่องด้วยเหตุผลหลายประการทำให้ช่วงนึงเรากับเค้าไม่ค่อยได้ติดต่อกันเท่าที่ควร....เราห่างกันไปพักนึง...เราก็คิดถึงเค้าเรื่อยๆไม่มากไม่น้อยไปกว่าคำว่าเพื่อน.....วันเวลาก็ผ่านไปอีก....เมื่อประมาณกลางๆปีที่ผ่านมา เค้าก็มีแผนการที่จะไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนกับทาง AFS อีกครั้ง ซึ่งเราก็ยินดีด้วย มีการจัดงานเลี้ยงส่ง รวมทั้งต้อนรับเพื่อนที่เพิ่งกลับมาหลังจากที่ไปเมื่อปีก่อนหน้านั้น หลังจากคราวนั้น เราได้รับรู้ข้อมูลใหม่ว่า เค้าได้ย้ายบ้านมาอยู่ใกล้ๆโรงเรียนเรา.....และใกล้กับที่เรียนพิเศษของเรามาก.....เราเริ่มสนิทกันมากขึ้นจากการโทรคุยกัน...รวมทั้งการเอา CD ไปให้ยืมหรือว่าอะไรต่างๆ ทุกอย่างทำให้เราสนิทกันมากขึ้น
จนถึงเวลาที่เค้าต้องไป....ทุกอย่างก็ยังเป็นปกติดี...หลังจากที่เค้าไปที่ CZECH แล้ว เราก็ยังติดต่อกันทางจดหมายมาโดยตลอด....ด้วยความที่เราเป็นคนชอบเขียนอยู่แล้ว เราก็เลยสนุกกับการเขียนหาเค้าอย่างมาก และเค้าเองก็ตอบกลับมาอย่างสมำเสมอ....เวลาผ่านไปเรื่อยๆ.....อาจจะด้วยข้อความที่ส่งหากัน ความห่างไกล คามคิดถึง ความเหงาของเราเอง หรือความเข้าใจผิด......ทุกอย่างทำให้เราเริ่มมีความคิดขึ้นมาในใจว่าเรารู้สึกดีๆกับเค้าเกินกว่าคำว่าเพื่อน
ทุกอย่างมันแย่มากเมื่อเราเริ่มรู้สึกว่าเราคิดอย่างนั้น เราพยายามทบทวนว่าเราคิดไปเองรึเปล่า.....แต่ยิ่งคิดมันก็ยิ่งทำให้ใจของเรากลับไปกังวลกับเรื่องนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความมั่นใจว่าเราคงชอบเค้าขึ้นมา...(เราชอบเค้าจริงๆ) พอเราเริ่มมั่นใจตัวเองสิ่งที่ตามมาก็คือ....เราจะทำยังไงกับไอ้ความคิดที่เกิดขึ้นนี้ดี
เราไม่รู้ว่าเราจะเอาความรู้สึกของเราไปวางไว้ตรงไหน เราไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงกับมัน เรายิ่งคิดถึงมันเราก็ยิ่งไม่สบายใจ เราใช้เวลานานมากในการไตร่ตรองดูว่าเราควรจะทำอย่างไร ทุกอย่างเข้ามาหาเรา ทั้งข้อดีข้อเสียที่จะตามมา ทุกอย่างเข้ามา เราสับสนมากจนบางครั้งอยากจะร้องไห้ออกมา เพราะสำหรับเรา เหตุการณ์ครั้งนี้มันมากกว่าการไปแอบรักคนอื่น แต่คราวนี้ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับมิตรภาพ
เรานั่งคิดอยู่นานมากว่าควรจะทำยังไงดี จนสุดท้ายเราก็ตัดสินใจว่าจะทำในสิ่งที่เราคิดว่าเราอยากจะทำ...เราจะไม่มานั่งกลัวอีกแล้ว....เมื่อเราตัดสินใจดังนั้น....เราเลยโทรไปบอกเค้า.....(ขอข้ามไม่เล่ารายละเอียดเหตุการณ์)
สิ่งที่เราได้รับกลับมา ไม่ใช่คำตอบรับ หรือปฏิเสธใดๆ มันเป็นมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ที่เรามีอยู่เสมอมา....ที่เค้าให้เราอยู่เสมอมา....มันยังคงแล่งบานอยู่เหมือนเดิม แม้ผลจะไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด แต่มันกลับงดงามกว่าที่คาดไว้เสียอีก คำตอบที่เราได้รับมันทำให้เราร้องไห้ออกมา เค้าบอกกับเราว่า ให้เราเป็นเพื่อนกัน เพราะเราจะเป็นเพ่อนกันไปจนรุ่นลูกรุ่นหลานไง....เราร้องไห้ออกมา เพราะเราเสียใจที่เรามองข้ามความสวยงามตรงนี้ไป เพียงเพราะความรักซึ่งเป็นความสวยงามที่เป็นเพียงสิ่งล่อใจเท่านั้น
ความจริงเค้าพูดอะไรกับเราอีกหลายอย่างที่แสดงให้เรารู้ว่า เรายังมีเพื่อนคนเดิมที่รักเราเสมอ....เหมือนเมื่อก่อน และเหมือนที่เราเองก็รู้สึกเช่นกัน
จากทุกอย่างที่เกิดขึ้น เราได้เรียนรู้ความยิ่งใหญ่ของมิตรภาพ และความสำคัญที่มันมีต่อเรา...ขอบคุณเพื่อนคนนั้นที่ทำให้เราได้รับบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ เราดีใจที่คนที่เรารักเป็นนาย ทั้งในฐานะเพื่อนและอื่นๆ....เราสัญญาว่าต่อจากนี้ไประหว่างเราจะมีเพียงคำว่าเพื่อนเท่านั้น เราจะเก็บคนที่เรารักคนนั้น ไว้ในความทรงจำ....เราไม่เคยเสียใจที่ได้รักเค้าเลย......อย่ามองว่าความรักของเราไร้ค่า....ขอให้มองว่า.....อย่างน้อยครั้งนี้มันก็ทำให้เราสองคนได้เรียนรู้ถึงมิตรภาพระหว่างเรา
ขอบคุณมากนะ.....ขอบคุณจริงๆ....
ถึง คนๆนั้น....
ดีใจนะที่เป็นนาย....เพราะถ้าเป็นคนอื่นเรื่องราวครั้งนี้คงไม่ได้เป็นประสบการณ์ที่สวยงามของเรา.....แต่เพราะนาย...นายทำให้เรื่องราวครั้งนี้ดีเกินกว่าที่เพื่อนคนนึงอย่างเราควรจะได้รับ
ขอบคุณมากจริงๆ
แก้ไขเมื่อ 3/3/2548 10:07:56